การตรวจภายใน

           เป็นการตรวจเพื่อค้นหาความผิดปกติของอวัยวะในอุ้งเชิงกราน โดยการใช้เครื่องมือ นิ้วมือตรวจทางช่องคลอด และการคลำทางหน้าท้อง ภายหลังจากการซักประวัติ เพื่อประกอบการวินิจฉัยที่ถูกต้อง บางกรณีแพทย์อาจใช้นิ้วมือตรวจทางทวารหนักร่วมด้วย

อาการผิดปกติที่ควรได้รับการตรวจภายใน

ตรวจรักษาโรคทางด้านสูตินรีเวชกรรม
มีความผิดปกติของระดู เช่น มาไม่สม่ำเสมอ, มีปริมาณมากหรือน้อยผิดปกติ, ไม่มีระดู ตลอดจนเคยมีแล้วหายไป, โดยไม่มีอาการการตั้งครรภ์ และมีเลือดออกทางช่องคลอดหลังหมดระดู
มีตกขาวผิดปกติ เช่น สีผิดปกติ มีกลิ่น คัน หรือมีน้ำไหลออกทางช่องคลอด
มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด เช่น หลังร่วมเพศ
มีแผลบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกหรือช่องคลอด
ปวดบริเวณท้องน้อยหรือช่องคลอด
เจ็บปวดหรือแสบเวลาร่วมเพศ
ปัสสาวะกะปริดกะปรอย กลั้นไม่อยู่ เวลาไอ จาม มีปัสสาวะเล็ด
คลำได้ก้อนในช่องท้อง หรือท้องโตเร็วผิดปกติ
มีบุตรยาก
 

การปฏิบัติตัวก่อนมารับการตรวจภายใน   

   1. แต่งกายให้เหมาะสม เช่น ใส่กระโปรง หรือผ้าถุง ไม่ควรนุ่งกางเกง
   2. ไม่ควรล้างช่องคลอดเพราะจะล้างสิ่งที่ต้องการตรวจออกไป
   3. ไม่สอดหรือเหน็บยาใดๆเข้าในช่องคลอด ก่อนวันมารับการตรวจ 3 วัน เพราะจะทำให้ผลการตรวจคลาดเคลื่อนหรือผิดพลาดได้
   4. งดร่วมเพศอย่างน้อย 1 - 3 วัน เพื่อให้ได้ผลการตรวจที่ชัดเจน
   5. ไม่ควรตรวจภายในขณะมีระดู เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เว้นแต่จะมีระดูออกมาก หรือนานผิดปกติ ซึ่งควรได้รับการตรวจโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาทันที  

การปฏิบัติตัวขณะรับการตรวจภายใน


1. ให้ถ่ายปัสสาวะก่อนตรวจ เพื่อให้การตรวจภายในได้ผลที่ชัดเจน
2. ผู้ที่ใส่กางเกงให้เปลี่ยนเป็นผ้าถุงที่เตรียมไว้ให้ในห้องน้ำ ถอดกางเกงชั้นในออก (ยกเว้นในรายที่มีเลือดออก ) และนั่งรอเรียกชื่ออีกครั้ง
3. เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกเข้าห้องตรวจ ( ควรเก็บของมีค่าไว้กับตัว )ให้ถอดรองเท้าก่อนขึ้นเตียงตรวจ แล้วนอนหงายบนเตียง ขาทั้งสองข้างวางบนขาหยั่งเตียง ก้นวางชิดขอบเตียง มือทั้งสองข้างวางชิดลำตัวหรือวางบนหน้าอกพยาบาลจะช่วยปิดตาและคลุมผ้าปิดหน้าขาทั้งสองข้าง จะเปิดเผยเฉพาะบริเวณที่ต้องการตรวจเท่านั้น
4. ขณะตรวจภายใน ควรปล่อยตัวตามสบาย ไม่ต้องเกร็งหน้าท้อง หายใจเข้าออกลึกและยาว เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย พยาบาลจะอยู่เป็นเพื่อนตลอดเวลาของการตรวจ คอยให้การช่วยเหลือขณะขึ้นและลงจากเตียง และช่วยแพทย์ในการตรวจ แพทย์อาจตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูก (Pap smear ) หากตรวจพบความผิดปกติ แพทย์อาจทำการตัดชิ้นเนื้อบริเวณปากมดลูก เพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาร่วมด้วย
5. เมื่อตรวจเสร็จแล้วแต่งกายให้เรียบร้อย และคอยรับฟังคำแนะนำ หรือการรักษาจากแพทย์บริเวณหน้าห้องตรวจ
6. หลังจากพบแพทย์แล้ว ให้นำเวชระเบียนผู้ป่วยนอกมาติดต่อที่เคาน์เตอร์พยาบาลด้านหน้า เพื่อฟังคำแนะนำ รับใบนัดและชำระค่าบริการ
 

อัตราค่าบริการ
 ตรวจภายใน 50 บาท
 ตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูก 100 บาท

สิ่งที่อาจตรวจพบหลังจากการตรวจภายใน   

1. อาจมีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อย ซึ่งจะหยุดไปเอง
2. เจ็บหรือตึงปากช่องคลอด ซึ่งจะค่อยๆหายไปเอง
 

การปฏิบัติตัวหลังรับการตรวจภายใน   

1. ไม่จำเป็นต้องล้างช่องคลอดเป็นพิเศษ ให้ทำความสะอาดปกติ
2. ถ้ามีตกขาวหรือการอักเสบ ควรมาตรวจซ้ำทุก 3 - 6 เดือน หรือตามแพทย์นัด
3. ถ้ามีอาการผิดปกติ มาตรวจซ้ำก่อนกำหนดนัดได้
4. ยารับประทานหรือยาเหน็บช่องคลอด ต้องใช้จนหมด การเหน็บยาทางช่องคลอดนั้น หากมีประจำเดือน ให้หยุดยาก่อน และเหน็บต่อหลังประจำเดือนหมด
 

การปฏิบัติตัวหลังการตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูก ( Pap smear )    

1. มาฟังผลการตรวจตามนัด หลังการตรวจประมาณ 2 สัปดาห์ในวันจันทร์เวลาบ่ายโมงด้วยตนเอง หรือส่งผลทางจดหมายโดยแจ้งชื่อที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ชัดเจน
2. ถ้าผลการตรวจผิดปกติ ต้องมาพบแพทย์ทันที
3. ควรมาตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูกทุก 1 ปี
 

ติดต่อสอบถามได้ที่ห้องตรวจโรคนรีเวชกรรม

           โทร 02-475-2549, 02-475-2845 ในเวลา 0800 - 1600 ยกเว้นวันหยุดราชการ