![]() |
|||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||
เรื่องน่ารู้ภายในแผนก.. |
|||||||||||||||||||||||||||||||
| . | |||||||||||||||||||||||||||||||
| การตรวจ LE. Cell วัตถุประสงค์ เพื่อใช้เป็นคู่มือปฏิบัติการในการตรวจ LE. Cell วิธีการตรวจ วิธี : Using clotted blood method หลักการตรวจ LE factor เป็นแอนติบอดีย์ชนิดหนึ่งที่พบปรากฏอยู่ในส่วนแกมมาโกลบูลินในพลาสมาหรือซีรั่มของผู้ป่วยที่เป็น Lupus erythematosus และเป็นแอนติบอดีย์ต่อสารนิวคลีโอโปรตีน เมื่อ LE factor มาสัมผัสกับนิวคลีโอโปรตีน(Nucluese) ให้แปรสภาพเป็นก้อนกลม จนผนังของนิวเคลียสแตกออก เห็นเป็นก้อนกลมเป็นเนื้อเดียวกัน เรียกก้อนนี้ว่า LE body ซึ่งมีฤทธิ์ดึงดูดทางเคมี(chemotactic) อย่างแรง ดึงดูดนิวโทรฟิลที่ยังมีชีวิตให้เข้ามาหา เกิดเป็น LE cell LE cell ประกอบด้วยนิวเคลียส 2 ส่วน คือ นิวเคลียสของ phagocyte อยู่โดยรอบนิวเคลียส(LE body) เมื่อย้อมด้วยสี Wright's stain จะติดสีชมพู นิยามศัพท์ LE : Lupus erythematosus สิ่งส่งตรวจ Clot blood 5 10 ml. เครื่องมือ อุปกรณ์ น้ำยา และสารเคมี 1. เครื่องมือ 1.1Centrifuge 1.2กล้องจุลทรรศน์ 2. อุปกรณ์ 2.1 Slide 2.2 ตัวไถ slide (Speader หรือ Cover glass) 2.3 ขวด Sterile 2.4 ตะแกรงลวดถี่ 2.5 Wintrobe tube 2.6 ลูกยาง 2.7 Pasture pipette 3.น้ำยา และสารเคมี 3.1 ชุดสีย้อม Wright's stain 3.2 Immersion oil ขั้นตอนการตรวจวิเคราะห์ 1. เจาะเลือดประมาณ 5-10 ml. ใส่ในขวด sterile ตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนานประมาณ 2 ชั่วโมงหรือที่ 37 c นาน 30 นาที 2. ดูดแยก serum ออกให้เหลือเพียงก้อน clot 3. ใช้ก้นหลอดแก้วบดขยี้ก้อน clot ผ่านตะแกรงลวดบนภาชนะรองรับจนก้อน clot ละลายหมด จะได้น้ำเลือดสีแดง 4. ดูดน้ำเลือดใส่ใน wintrobe tube นำไปปั่นที่ 3,000 rpm นาน 20 นาที 5. ดูดน้ำใสส่วนบนทิ้ง แล้วดูดส่วน buffy coat มาไถสเมียร์ ตั้งทิ้งไว้ให้แห้ง 6. นำมาย้อมด้วยสี wright giemza stain แล้วนำไปดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ด้วยกำลังขยาย 40* และ 100* ตามลำดับ รายงาน และบันทึกผลในใบ request การรายงานผล บันทึกผลลงในใบ request พบ LE body รายงาน Positive ไม่พบ LE body รายงาน Negative ค่าปกติ Negative |
|||||||||||||||||||||||||||||||
| แผนกต่าง ๆ | |||||||||||||||||||||||||||||||
หน้าแรกของกอง |
|||||||||||||||||||||||||||||||