![]() |
|||||||||||||||||||||||||||||||
| ๑๒. การรับ การตรวจสภาพ และการจัดการสิ่งส่งตรวจ ๑๒.๑. เนื่องจาก LAB ๕.๒.๔ นโยบาย/วิธีปฏิบัติด้านการบันทึกและจัดทำเอกสาร กำหนด ให้มีบันทึกการรับสิ่งส่งตรวจ |
|||||||||||||||||||||||||||||||
เรื่องน่ารู้ภายในแผนก.. |
|||||||||||||||||||||||||||||||
| . | |||||||||||||||||||||||||||||||
| ๑๒.๒. กองพยาธิวิทยา จัดให้มีหน่วยรับและตรวจสภาพสิ่งส่งตรวจ ในเวลาราชการที่ Central lab นอกเวลาราชการส่งที่ห้องเวร (เวรพยาธิวิทยา, เวรชีวเคมี, เวรคลังเลือด) ๑๒.๓. การปฏิเสธรับสิ่งส่งตรวจ กระทำเมื่อพบสิ่งไม่สอดคล้องกับคู่มือฉบับนี้ โดยจะแจ้งผู้นำ ส่งทันที ผู้นำส่งสิ่งส่งตรวจกรุณารอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพเสร็จสิ้นก่อน อย่าวางไว้แล้วกลับหอผู้ป่วยทันที ๑๒.๔. เวลารับสิ่งส่งตรวจ ๑๒.๔.๑. ผู้ป่วยวิกฤต ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทุกวัน ๑๒.๔.๒. ผู้ป่วยนอก ๐๖๓๐ ๑๖๐๐ ทุกวันราชการ ๑๒.๔.๓. ผู้ป่วยใน รอบเช้า ๐๗๐๐ ๑๒๐๐ รอบบ่าย ๑๓๐๐ ๑๖๐๐ ทุกวันราชการ ๑๒.๕. สิ่งส่งตรวจที่ตรวจสภาพแล้ว จะทำการตรวจวิเคราะห์ทันที สำหรับสิ่งส่งตรวจของผู้ป่วยวิกฤต หรือภายใน ๓๐ นาทีสำหรับสิ่งส่งตรวจทั่วไป ยกเว้นการตรวจวิเคราะห์ที่เป็นรอบหรือส่งไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการอื่น ๑๒.๖. ห้ามรับคำสั่งตรวจวิเคราะห์ด้วยวาจา การขอตรวจเพิ่มต้องเขียนใบ Request เพิ่ม ให้ลงเวลาที่รับไว้ในใบ Request กรณีเป็นผู้ป่วยนอกต้องชำระเงินเพิ่มในโอกาสแรกหรือเมื่อมารับใบรายงานผล ๑๓. วิธีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ (LAB. ๘.๘ ) ๑๓.๑. ผู้ป่วยนอก รายงานผลการตรวจเป็นลายลักษณ์อักษรทันทีที่ทำการตรวจวิเคราะห์เสร็จ หรือตามเวลาที่นัดหมายห้ามรายงานผลทางโทรศัพท์ การรับผลการตรวจให้นำใบนัดรับผล(FM-LAB-01) มาที่เคาน์เตอร์รับผล แผนกบริการผู้ป่วยนอก เวลาทำการ ๐๗๐๐ ๑๖๐๐ ๑๓.๒. ผู้ป่วยวิกฤตและฉุกเฉิน รายงานผลการตรวจเป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน ๑ ชั่วโมงหลังได้รับสิ่งส่งตรวจ กรณีแพทย์ต้องการทราบผลการตรวจวิเคราะห์บางรายการอย่างรีบด่วน และขอให้ รายงานทางโทรศัพท์ จะมีบันทึกเป็นหลักฐานว่า ได้รายงานผลการตรวจของใคร ให้กับใคร และรายการตรวจใดบ้าง ผู้รับทราบผลต้องเป็นแพทย์ผู้ตรวจรักษา หรือผู้ได้รับมอบหมายจากแพทย์เท่านั้น ๑๓.๓. ผู้ป่วยในทั่วไป รายงานผลการตรวจเป็นลายลักษณ์อักษรทุกกรณี โดยมารับที่แผนกบริการผู้ป่วยนอก ในเวลาราชการที่ Central Lab. นอกเวลาราชการที่หน้าห้องเวรตามที่ส่งตรวจ กรณีหอผู้ป่วยต้องการตามผล ให้เขียนใบติดตามผลการทดสอบ(FM-LAB-06) ทุกครั้ง ๑๓.๔. การรายงานผลการตรวจด้วยสายตรงคอมพิวเตอร์ แพทย์ผู้ตรวจรักษาหรือผู้ได้รับมอบหมายเท่านั้นที่จะเรียกผลการตรวจ จากจอภาพคอมพิวเตอร์ได้ โดยใช้รหัสผ่านเฉพาะบุคคล ๑๕. การเก็บสิ่งส่งตรวจ ๑๕.๑. ภาชนะเก็บสิ่งส่งตรวจถูกต้อง การนำส่งห้องปฏิบัติการต้องปิดมิดชิด ๑๕.๒. ติดฉลาก ระบุชื่อผู้ป่วย วันที่เก็บ ชนิดของสิ่งส่งตรวจ ๑๕.๓. สิ่งส่งตรวจอันตราย ต้องมีฉลากระบุชัดเจน ๑๖. ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับสิ่งส่งตรวจที่เป็นเลือด เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดการปนเปื้อนจาก Back Flow ในกรณีใช้หลอดสูญญากาศ การเก็บเลือดจึงต้องใส่เลือดเรียงลำดับก่อนหลังดังนี้ ๑๖.๑. ขวด Hemoculture ๑๖.๒. หลอดที่ไม่มีสารกันเลือดแข็ง ๑๖.๓. หลอด Sodium citrate สำหรับศึกษา Coagulation ๑๖.๔. หลอด Heparin ๑๖.๕. หลอด EDTA สำหรับตรวจ CBC, Hb Typing และ Hb A1c ๑๖.๖. หลอด Oxalate หรือ Fluoride สำหรับ Glucose และ Lactate **การเจาะเลือดส่งตรวจ Lactate ห้ามรัดแขนผู้ป่วยเกิน 10 วินาที ก่อนเจาะและรีบปลดสายรัดทันทีที่แทงเข็มเข้าเส้นต้องรีบนำส่งทันทีภายใน 10 นาทีและบันทึกเวลาเจาะด้วย หมายเหตุทำแบบนี้จะได้ผลดีที่สุด ๑๖.๗. กรณีเจาะเลือด เพื่อตรวจ Coagulation อย่างเดียวควรดูดเลือดใส่หลอดอื่นก่อน ๑ หลอด (หลอดแรกไม่ใช้สำหรับตรวจ Coagulation) แล้วจึงใช้หลอด Sodium Citrate ดูดเลือด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของ Tissue fluid ซึ่งรบกวนการตรวจ ๑๗. ส่งสิ่งส่งตรวจถึงห้องปฏิบัติการภายใน ๓๐ ๔๕ นาที กรณีเร่งด่วน ให้รีบนำส่งทันที ๑๘. อธิบายให้พนักงานเข้าใจถึงความสำคัญในการนำส่ง มิฉะนั้นพนักงานอาจจะแวะเวียนรายทางก่อนถึงห้องปฏิบัติการ << Previous Next >> |
|||||||||||||||||||||||||||||||
| แผนกต่าง ๆ | |||||||||||||||||||||||||||||||
หน้าแรกของกอง |
|||||||||||||||||||||||||||||||